วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร (Silpakorn University Journal), Vol 32, No 2 (2012)

นิกายพุทธศาสนาในล้านนา ระหว่างรัชสมัยพระเจ้าติโลกราชถึงพญาแก้ว (พ.ศ. 1984-2068) : ศึกษาจากพระพุทธ

ม.ล. สุรสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ์




Abstract


สังคมและวัฒนธรรมของคนในดินแดนเอเชียอาคเนย์มีความเข้มแข็งมาแต่ครั้งบรรพกาลเพราะสามารถเลือกรับปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมจากภายนอกให้เหมาะสมกับสภาพสังคม ประเพณี และความเชื่อของตนเองอยู่ตลอดเวลา ตรงกับทฤษฎี Syncretism (การประสานความแตกต่างทางปรัชญาหรือศาสนา) ซึ่งสะท้อนถึงการประนีประนอมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคนในสังคมทั้งในด้านจิตใจและการดำรงชีวิต หรือแม้แต่ด้านการเมืองการปกครอง กรณีของพุทธศาสนาในล้านนายุครุ่งเรืองระหว่างรัชสมัยพระเจ้าติโลกราชถึงพญาแก้ว (พ.ศ.1984-2068) ก็เช่นกัน เพราะแม้ว่าจะเป็นที่เข้าใจกันมาตลอดว่ามีที่มาจากคตินิกายเถรวาทหนพื้นเมือง และนิกายลังกาวงศ์หนสวนดอกและหนป่าแดง แต่แท้จริงแล้วพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์บนดินแดนล้านนากลับมีลักษณะที่ผสมผสานเอาคติความเชื่อในลัทธิมหายานและนิกายวัชรยานเข้ามาแนบแน่นจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไปแล้ว เห็นได้จากพุทธลักษณะของพระพุทธรูปตลอดจนประเพณีและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องงานวิจัยชิ้นนี้ได้พยายามใช้วิธีการศึกษาแบบสหสาขาวิทยาระหว่างศาสตร์ต่างๆ ทั้งทางประวัติศาสตร์พุทธศาสนา และการเปรียบเทียบพุทธลักษณะตลอดจนเทคนิคการสร้างพระพุทธรูประหว่างล้านนา ลังกา และเนปาล-ทิเบต การศึกษากระบวนการปั้นหล่อพระพุทธรูปในปัจจุบันระหว่างช่างทั้ง 3 กลุ่ม การศึกษามหาบุรุษลักษณะในคัมภีร์มหายานและเถรวาท และการศึกษาคติปรัชญาศาสนาตลอดจนประเพณีและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องอันได้แก่พิธีพุทธาภิเษกและคติการบรรจุพระธาตุในองค์พระพุทธรูปจากการศึกษาพบว่าพระพุทธรูปเชียงใหม่ในช่วงยุครุ่งเรืองของล้านนาได้รับเอาประติมานวิทยาของพระพุทธรูปแบบปาละทั้งจากแคว้นเบงกอล พิหาร และแคว้นโอริสสา รวมทั้งประติมานวิทยาของพระพุทธรูปแบบเนปาล-ทิเบตบางประการในคติลัทธิมหายานและนิกายวัชรยานเข้ามาเป็นของตนเอง ซึ่งนอกจากบทบาทของศิลปะปาละที่ปรากฏในพระพุทธรูปหมวดพระพุทธสิหิงค์ที่ทราบกันดีอยู่แล้ว เรายังพบบทบาทศิลปะทิเบตในพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิราบแบบเชียงใหม่บางองค์ มหาบุรุษลักษณะหลายประการของพระพุทธรูปล้านนายุครุ่งเรืองก็ตรงกับพระพุทธรูปเนปาล-ทิเบต ขณะเดียวกันพระพุทธรูปสัมฤทธิ์บางองค์ในยุคนี้ก็แสดงให้เห็นร่องรอยประเพณีการบรรจุพระธาตุในอุษณีษะซึ่งสามารถถอดออกจากพระเศียรได้ ประเพณีการบรรจุหัวใจพระเจ้าในพระพุทธรูปล้านนาที่ยังคงปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบันก็สามารถเทียบเคียงได้กับประเพณีรับเนของทิเบตซึ่งต้องมีการบรรจุซุงหรือธารณีและซกชิงหรือต้นไม้แห่งชีวิตในพระพุทธรูป รวมถึงคติการเคารพบูชาพระพุทธรูปทั้งในฐานะอุเทสิกเจดีย์และธรรมเจดีย์ควบคู่กัน พระเจ้าติโลกราชกษัตริย์องค์สำคัญในยุคนี้ยังทรงใช้คติพุทธศาสนุปถัมภกและจักรวรรดิราชาในการแผ่ขยายอำนาจของพระองค์จนสร้างความเข้มแข็งแก่ราชวงศ์มังรายมาจนถึงรัชสมัยพญาแก้ว บันทึกการเดินทางของสงฆ์ทิเบตที่กล่าวถึงสังคมพุทธศาสนาในนครหริภุญไชย และหลักฐานการเดินทางไปนมัสการพระธาตุเจดีย์ที่พุกามของพระเถระเชียงใหม่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21-22 ย่อมยืนยันถึงบทบาทของคติลัทธิมหายานและนิกายวัชรยานที่เข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมล้านนา และเส้นทางที่พระสงฆ์ในลัทธินิกายนี้ใช้เดินทางเชื่อมต่อกับดินแดนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

คำสำคัญ: 1. พระพุทธรูป. 2. ยุครุ่งเรืองของล้านนา. 3. เถรวาท. 4. มหายาน. 5. วัชรยาน. 6. Syncretism.

Full Text: PDF