วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร (Silpakorn University Journal), Vol 30, No 2 (2010)

พระพิมพ์ในประเทศไทยและเอเชียอาคเนย์ : ประติมานวิทยา หน้าที่ใช้สอย และบริบททางพิธีกรรม

สุรสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ์




Abstract


ดร.สกิลลิ่งได้สรุปถึงการวิจัยเรื่องพระพิมพ์ของท่านที่ทำต่อเนื่องกันมาหลายชิ้นไว้ว่า บ่อยครั้งที่มีการค้นพบพระพิมพ์ดินดิบและดินเผาไฟอ่อนที่ทำจากตราประทับหรือแม่พิมพ์ ตลอดทั่วทั้งเอเชียอาคเนย์ ส่วนใหญ่พบอยู่ตามสถูปเจดีย์ แต่ที่พบอยู่ตามถ้ำต่างๆ ก็มีเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการพบในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนสร้างขึ้นมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 เรื่อยมาจนถึงสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ พระพิมพ์เหล่านี้มีหลากหลายรูปแบบนับตั้งแต่พระพิมพ์ที่มีภาพพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เดี่ยวๆ ไปจนถึงพระพิมพ์แบบที่มีภาพซับซ้อนขึ้น พระพิมพ์บางแบบก็มีลักษณะร่วมกันที่แสดงถึง ‘โลกพุทธศาสนา’ อันยิ่งใหญ่ พระพิมพ์บางแบบก็แสดงถึงลักษณะท้องถิ่น หรือบ้างก็แสดงถึงลักษณะเฉพาะแหล่งที่พบ พระพิมพ์บางแบบก็มีอักษรประกอบ ทั้งในคติพุทธศาสนา เช่น พระคาถา เย ธมฺมา หรือนามของผู้อุทิศ
จากความจริงที่ว่าพระพิมพ์เหล่านี้มีหลากหลายพิมพ์ ทั้งยังสร้างขึ้นต่อเนื่องมาเป็นระเวลายาวนาน ในหลายแหล่งหลายพื้นที่ สิ่งนี้ได้นำเราไปสู่ข้อสรุปว่า การผลิตพระพิมพ์นับเป็นลักษณะเด่นอันสำคัญในวัฒนธรรมพุทธศาสนาของภูมิภาคนี้ก็ว่าได้ และโดยการใช้เอกสารสันสกฤต เอกสารธิเบต และเอกสารพม่าในยุคพุกาม บทความชิ้นนี้ของดร.สกิลลิ่ง จึงถือได้ว่าเป็นการศึกษาต่อยอด โดยการเสนอทฤษฎีใหม่สำหรับพระพิมพ์ที่มีต้นกำเนิดมาจากอินเดีย จากการศึกษาจารึกที่ระบุนามผู้อุปถัมภ์จากไทยและพม่าทำให้เราได้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สร้างหรือผู้อุทิศ จุดมุ่งหมาย และสถานภาพทางสังคม จารึกที่ปรากฏด้านหลังของพระพิมพ์ล้วนแสดงถึงความต้องการให้ได้รับผลบุญ การหลุดพ้น และความหวังที่จะก้าวไปสู่พระนิพพานเช่นพระพุทธองค์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนภาคผนวกของบทความชิ้นนี้น่าสนใจมาก เพราะได้ให้คำแปลล่าสุดของคัมภีร์สั้นๆ สำหรับพิธีกรรมที่ใช้ในการสร้างพระพิมพ์ ซึ่งเขียนขึ้นโดยท่านอติศะ (Atiśa) ภิกษุชาวเบงกอล ผู้เคยมาศึกษาพุทธศาสนายังเอเชียอาคเนย์ ภายหลังท่านได้กลายเป็นบุคคลสำคัญทางพุทธศาสนาในธิเบต)
คำสำคัญ: 1. พระพิมพ์ในประเทศไทย. 2. พระพิมพ์ในเอเชียอารคเนย์.

Full Text: PDF